| Tweet |
บทเรียนแห่งรัก ตอน รัก ที่เป็นบ่อเกิดแห่งทุกข์
บทเรียนแห่งรัก ตอน รัก ที่เป็นบ่อเกิดแห่งทุกข์
บทเรียนแห่งรัก ตอนรัก ที่เป็นบ่อเกิดแห่งทุกข์
เพื่อนของข้าพเจ้าอกหัก เขาโทรมาระบายความในใจและความทุกข์ที่ท่วมท้นอยู่ในจิตใจ
มีตอนหนึ่งว่า
"ผม ไม่ได้ทุกข์เพราะผมเองน่ะ ผมแค่เป็นห่วงเค้าว่าเค้าจะเป็นสุขดีไหม คนนั้นจะรักเค้าดูแลดีไหม ผมอยากจะให้เค้ามีความสุข เห็นห่วงเขาเท่านั้นเอง"
ในช่วงนั้นข้าพเจ้ามีความจำได้ถึงคำกล่าวของกฤษณมูรติ ที่ท่านสอนเกี่ยวกับเรื่องของการเสียใจจากการสูญเสีย จึงถามเขาไปว่า
"โจ (ชื่อเพื่อนข้าพเจ้า) แน่ใจหรือว่าเสียใจเพราะเหตุอย่างนั้นจริง ๆ "
"แน่ใจสิ"
"งั้น เอางี้น่ะ ผมลองตั้งคำถามให้ลองคิดดูถ้ารักเค้าจริง ก็ต้องรู้ว่าเค้าก็รักตัวเองและเค้าก็ต้องรู้ว่าสิ่งใดดีกว่าสำหรับเค้าไม่ ใช่ไม่ดี แต่ตอนนี้เค้าเห็นคนอื่นดีกว่า เค้าก็มีสิทธิเลือกสิ่งที่ดีกว่าให้ตัวเองคงไม่เลือกสิ่งเลว ๆ ให้ตัวเองแน่ๆ แต่ที่นี้การที่สูญเสียเค้าไปนี่ เสียใจว่าเค้าจะตัดสินใจผิด อันนี้ตอบแทนเค้าไม่ได้ เพราะเค้ารู้ตัวเค้าเอง เค้าก็ตัดสินใจถูกตามวิถีคิดของเค้า ก็น่าที่จะเคารพการตัดสินใจของตัวเค้าน่ะ หากรักเค้าจริง แต่นั่นคงไม่ใช้ประเด็น ประเด็นมันมาอยู่ที่ว่า เสียใจเพราะเกรงว่าเค้าจะต้องไปทุกข์ หรือ ได้รับความรัก ความดูแลไม่เท่ากับที่เคยดูแล
ผมถามว่า นั่นเป็นความรู้สึกจริง ๆ หรือเปล่า อย่าเพิ่งตอบลองไปคิดดูก่อน หรือว่าเสียใจเพราะว่าตัวเองต้องขาดหายสิ่งบำรุงบำเรอไปกันแน่ จากมีคนกระหนุงกระหนิงก็ต้องอยู่คนเดียว เคยมีคนโทรคุย คอยถาม คอยห่วงใยก็ไม่มี จากมีคนนั่งซ้อนท้ายมอเตอร์ไซด์ ก็ไม่มีเหลือแต่อาน ปล่าว ๆ นี่ตัวอย่าง
โจ เสียใจเพราะตนต้องขาดสิ่งเหล่านี้ไปใช่ไหม หรือเสียใจเพราะเหตุที่ว่าจริงๆ ลองคิดดูก่อนน่ะมีเวลาว่าง ๆ ก็ลองทบทวนดู อย่าเข้าข้างตัวเอง
ตอนที่พูดจริงก็ไม่ยาวอย่างนี้หรอกแต่รวบๆเข้ามาเพราะจำไม่ได้หมดว่าเราผลัดพูดผลัดตอบกันอย่างไรยังไงบ้าง
แต่ จำได้ว่า รู้สึกเท่ดีที่พูดอะไรเจ๋งๆ ออกไปได้แม้จะลอกคนอื่นมาก็เถอะ หลายวันต่อมาก็โทรคุยกันอีก เสียงเพื่อนร่าเริงขึ้นมากและยอมรับตรงๆว่า
"จริงๆ แหละครับ ผมรู้แล้วว่าที่ผมเสียใจนี่เพราะผมต้องการสิ่งที่เคยมี เคยเป็นอยู่จริงๆ อย่างที่ผมว่าชีวิตมันว้าเหว่เคว้งคว้างนะครับ เมื่อต้องขาดสิ่งที่เคยมี โดยเฉพาะเรื่องของความสุข"
"แล้วตอนนี้ล่ะ"
"สบาย แล้วครับ พอรู้ว่าทุกข์เพราะตัวเอง เราก็วางได้ง่ายขึ้น ผมลองถามตัวเองอย่างที่บอกหลายที นั่งถูนิ้วไปให้เกิดสติแล้วคิดไปให้เกิดสติแล้วคิดไปด้วย แล้วผมก็เห็นจริงตามที่บอกมาทั้งหมดของมันทุกข์เพราะผมต้องการสิ่งที่ผมเคย ได้รับแล้วมันขาดหายไป"
"อือ ความพลัดพรากจากของรักของชอบ การต้องการสิ่งใดแล้วไม่ได้ก็เป็นทุกข์ทั้งนั้นแหละ แต่หากเรายอมรับมันได้ว่าเราทุกข์เพราะเพื่อตัวเราเอง มากกว่าเราทุกข์เพราะเพื่อผู้อื่นเราก็จะวางง่ายขึ้น
"ครับๆ ผมหายแล้วไม่ต้องห่วง"
จริงๆ น่ะเวลาเกิดเรื่องอย่างนี้ขึ้น เรามักจะอ้างว่าความเสียใจเกิดขึ้นเพราะเราทำเพื่อเค้าหรือเป็นห่วงเค้า ไม่เคยยอมรับว่ามันเป็นเพราะเราห่วงตัวเองต่างหาก เราห่วงที่เราต้องขาดจากสิ่งที่เคยปรนเปรอจิตใจของเราเองต่างหากเราจึง เสียใจ
ลองทำใจให้เป็นกลาง ๆ แล้วสังเกตดูสิหรือสังเกตจากคนทั่วไปสิ ไม่ว่าจากละครหรือละครโรงจริงที่เห็นอยู่รอบ ๆ ตัว ลองฟังคำพร่ำรำพันของเขาเหล่านั้นดูสิ ว่าคำว่าฝันของเขาเป็นไปในแง่ไหนอย่างไร ก็ล้วนรำพันถึงตัวเองทั้งนั้น
ที่พร่ำว่าเค้าหลายใจ ก็เพราะอยากให้เค้าเป็นตนคนเดียวเท่านั้น
ที่พร่ำว่าคนอื่นจะดูแลเธอดีไหม ก็เพียงอยากให้เธออยู่กับตนอีกนั่นแหละ
ลองคิดดู ตรองดูสิ
จะยอมรับหรือไม่ยอมรับตามนี้ก็แล้วแต่นะ แต่ความทุกข์มันเกิดขี้นเพราะตัณหา 3 ตัวเท่านั้นเอง
1 คือ ความรักใครไหลหลาในความสุข กามคุณไม่ว่าทางรูป รส กลิ่นเสียง สัมผัส หรือ อารมณ์ของใจก็ตาม หลงไหล หมกม่น วนเวียนอยู่อย่างนั้น รอบๆ ไม่ไปไหน พอขาดหายไปก็เสียใจเพราะไม่มีอะไรให้วิ่งเวียนรอบๆอีกแล้วนั่นเอง เหมือนลูกหมาที่วิ่งวนไปรอบๆ เจ้าของส่งเสียงร้องอย่างดีใจเป็นสุขนั่นแหละ พอเจ้าของไม่อยู่ก็นอนซึม มันซึมเพราะเจ้าของ หรือ ซึมเพราะตัวมันเองไม่ได้สนุกอย่างใจอยากกันแน่ ลองตรองดูสิ นี่แหละ กามตัณหา
2 เป็นความอยากได้ อยากมี อยากเอา อยากเป็น อยากโดยไม่รู้จักตัวเองไม่รู้จักสิ่งนั้นๆ คือ ไม่รู้ว่าตัวเองแค่ไหน อย่างไร ควรได้ ควรมี ควรเอา ควรเป็นแค่ไหนอย่างไร ใจมันก็ดิ้นรนขวนขวายเป็นทุกข์เป็นธรรมดา พระพุทธเจ้าก็บอกให้รู้จักตัวเองและภูมิใจในสิ่งที่ตนมี ตนเป็นในขณะนั้นๆ ทำมันให้ดีและอย่าหยุดพัฒนาตัวเอง วันหนึ่งสิ่งที่ฝัน ที่อยาก ก็จะมาถึงเองโดยไม่ต้องเป็นทุกข์ใจ ไอ้ประเภทที่อยากเอาเข้าหาตัวเองอย่างนี้เป็น ภวตัณหา คือ ความอย่างอธิบายไปแล้วนั่นเอง
3 ความไม่อยากได้ ไม่อยากมี ไม่อยากเอา ไม่อยากเป็น ผลักไสออก เหรียญคนละด้านกับภวตัณหา (ข้อ 2) มันก็เป็นทุกข์เช่นกัน
เรา ทุกข์อยู่สามอย่างนี่แหละหรือใครจะแยกได้มากกว่านี้เรามีคนรักเรา เราก็อยากให้เขาอยู่ใกล้เราวนเวียนอยู่กับเราเท่านั้น มีกามตัณหาเราหวง เราฉุดรั้ง เราดึงเขาไว้ นี้ก็กามตัณหา เราผลักไส เราไม่อยากเห็นหน้าเขาในยามโกรธ เกลียด นี่วิภวตัณหา เราทุกข์กับคนรักของเขาแต่ 3 ทางนี้แหละ แต่เราเป็นตัวศูนย์กลาง เรามีเราเพื่อรับความสุขเพื่อเอาหรือไม่เอา เราจึงทุกข์เวลาไม่เป็นไปอย่างหวังอย่างอยาก
แต่เราก็มักอ้างเหตุผล ว่าเราทุกข์เพราะเราทำเราหวัง เราอยาก เราไม่อยากเพื่อเค้า ไม่ยอมรับว่าเพื่อตัวเอง เราปกป้องตัวเองโดยการเอาเขามาเป็นข้ออ้าง
หรือ ใครเถียง หากใครเถียงก็เถียงกับตัวเองแล้วกันน่ะอย่ามาเถียงกับข้าพเจ้า ข้าพเจ้ากลัวแพ้ แต่ข้าพเจ้ายอมรับแล้วว่าทุกข์ของคนมันก็เกิดจากตัณหา 3 ตัวเท่านั้นเอง อย่างที่พูด
เราทำเพื่อเรา อยากเพื่อเรา ไม่อยากเพื่อเรา แต่เราไม่มองตัวเราเอง เราจึงไม่รู้ตัว จึงเป็นทุกข์ เมื่อทุกข์ก็ไม่ยอมโทษตัวเอง จึงอ้างคนอื่นว่าทำเพื่อเค้า
นี่ ข้าพเจ้าว่าอย่างนี้ ไม่บอกว่าผิดว่าถูกอย่างไร ข้าพเจ้าพูดตามที่เชื่อแต่ท่านทั้งหลายก็ไม่ควรเชื่อตามข้าพเจ้าลองคิดดู ก่อนเถอะ ไตร่ตรองก่อน
สุดท้าย ผมขอให้ รักคงอยู่กับทุกคนทราบชั่วนิรันด์ คืนนี้นอนหลับฝันดีครับ



| โพสท์โดย: มังกรกะปี๊ดกะปี๊ด |
Comment!ความคิดเห็นยอดนิยม
|
เรื่องน่าสนใจอื่นๆ 6 อาการผิดปกติธรรมดา ที่ไม่ธรรมดา เป็นไมเกรนต้องเลี่ยงอะไร แปลงลิปสติกแท่งเก่า เปลี่ยนเป็นของใหม่ได้ง่าย ๆ ด้วยตัวเอง ดูดวงความรัก ตามราศีแบบอินเดีย รู้ได้อย่างไร! ว่าเป็นมะเร็งเต้านม เทคนิคลดน้ำหนักแบบเร่งด่วนของสาว "ฮอลลีวูด" ข้อห้ามปฏิบัติ หลังถูกทิ้ง เรื่องน่ารู้ ของสาวนานาชาติ Trip เคล็ดลับแก้หวัด ตกขาว ปัญหาที่ต้องใส่ใจ |

















ฝันดีเลยอ่ะ
6 อาการผิดปกติธรรมดา ที่ไม่ธรรมดา
เป็นไมเกรนต้องเลี่ยงอะไร
แปลงลิปสติกแท่งเก่า เปลี่ยนเป็นของใหม่ได้ง่าย ๆ ด้วยตัวเอง
ดูดวงความรัก ตามราศีแบบอินเดีย
รู้ได้อย่างไร! ว่าเป็นมะเร็งเต้านม
เทคนิคลดน้ำหนักแบบเร่งด่วนของสาว "ฮอลลีวูด"
ข้อห้ามปฏิบัติ หลังถูกทิ้ง
เรื่องน่ารู้ ของสาวนานาชาติ
Trip เคล็ดลับแก้หวัด
ตกขาว ปัญหาที่ต้องใส่ใจ